หม่อน(มัลเบอร์รี่)พืชยืนต้น 1 ในตระกูลเบอร์รี่ไทย

หม่อน(มัลเบอร์รี่)พืชยืนต้น 1 ในตระกูลเบอร์รี่ไทย

หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่เมืองไทย เป็นพืชยืนต้นขนาดกลาง สามารถยืนต้นได้ยาวนานถึง 80-100 ปี สามารถเจริญเติบโตได้ในทุกสภาพภูมิอากาศไม่ว่าจะเป็นบริเวณสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น สภาพภูมิอากาศร้อนหรืออบอุ่น ก็สามารถเจริญเติบโตได้ แต่จะเป็นพืชที่ชอบสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นมากกว่าเจริญเติบโตได้ดีกว่าในสภาพภูมิอากาศร้อน เป็นพืชชนิดพุ่มมีใบปกคลุม ใบจะมีลักษณะคล้ายกับรูปหัวใจส่วนขอบจะมีทั้งเรียบและหยักผิวใบไม่เรียบมีความสากคาย ดอกจะออกเป็นช่อ ออกดอกตรงช่วงระหว่างใบและปลายยอด ดอกหม่อนจะมีสีขาวหม่นแกมเขียว ดอกออกเป็นช่อ ผลหรือลูกหม่อน เป็นช่อรวมกัน ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดงอมม่วงมีรสชาติอบเปรี้ยวอมหวาน

ใบหม่อน(มัลเบอร์รี่)  เป็นอาหารพืชเพียงชนิดเดียวของหนอนไหม และใบหม่อนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไหมจะเป็นเส้นไหมที่ดีและสวยได้ก็ขึ้นอยู่กับใบหม่อนเป็นสิ่งสำคัญ

ใบหม่อน(มัลเบอร์รี่)  นอกจากจะนำมาเป็นอาหารของหนอนไหมแล้วยังนำมาทำชาใบหม่อนซึ่งเป็นชาที่มีสรรพคุณทีดีต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น ช่วยลดน้ำตาลในเลือดเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ใบชามีสารกาบ้าที่มีสรรพคุณช่วยในการลดความดันโลหิตได้ดี ชาใบหม่อนถ้าดื่มเป็นประจำจะช่วยลดไขมันไม่ดีและคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ด้วย การดื่มชาใบหม่อนยังช่วยด้านอนุมูลอิสระ ช่วยในเรื่องการลดการอักเสบ ช่วยลดริ้วรอยตามผิวหนัง และยังยับหยั่งการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงร่างกายเพราะใบหม่อนมีแร่ธาตุสูง

ลูกหรือผลหม่อน(มัลเบอร์รี่)  จัดเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อีกชนิดหนึ่งของประเทศไทย เป็นผลไม้ที่ราคาไม่สูง มีรสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน หารับประทานได้ง่ายพบได้ แถวยังมีคุณประโยชน์ดีๆเยอะและมีวิตามินซีทีสูงมาก หากรับประทานลูกหรือผลหม่อนอย่างเป็นประจำจะช่วยในเรื่องการบำรุงผิวพรรณลดริ้วรอย บำรุงเส้นผมให้เงางาม ช่วยในการมองเห็นบำรุงสายตา ช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย ควบคุมน้ำตาลในเลือด ช่วยระบบหมุ่นเวียนของเลือด ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดงได้ บำรุงร่างกาย ดีต่อระบบขับถ่ายช่วยย่อยอาหารขับของเสียออกจากร่างกาย บำรุงสมองป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อม ดีต่อตับและไตและเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายมีสารต้านมะเร็งได้อีกด้วย

ลูกหรือผลหม่อน(มัลเบอร์รี่)  สามารถนำมารับประทานแบบสด หรือจะนำมาแปลรูปได้หลายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นเมนูเย็น นำมาเป็นน้ำมัลเบอร์รี่ปั่นสด เมนูสมูทตี้มัลเบอร์รี่ ไอศมัลเบอร์รี่ครีม รับประทานแล้วสดชื่นช่วยดับร้อนดับกระหายได้ดีมาก นำมาแปลรูปเป็นแยมมัลเบอร์รี่เก็บใส่ตู้เย็นเพื่อเก็บไว้รับประทานได้นาน และยังนำมาทำอาหารได้อีกหลากหลายเมนูไม่ว่าจะเป็นอาหารหวาน เช่น เค้กมัลเบอร์รี่ คุกกี้หน้ามัลเบอร์รี่ พุดดิ้งมัลเบอร์รี่ ยังมีเมนูจากลูกหรือผลหม่อนอีกหลายเมนูให้ได้รังสรรค์

มะรุม สมุนไพรพื้นบ้าน ประโยชน์เหลือล้น

มะรุม สมุนไพรพื้นบ้าน ประโยชน์เหลือล้น

มะรุมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เป็นไม้เนื้ออ่อน พืชใบเขียว ดอกจะมีสีขาวเป็นช่อ เมื่อดอกจะเกิดฝัก มะรุมเป็นพืชพื้นบ้านที่ประโยชน์มากล้น ตั้งแต่ ราก เปลือกจากต้น ยอดและใบ ดอก ฝัก เมล็ด เนื้อในเมล็ด มะรุมเป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ทนแล้ง ทนฝน ปลูกง่าย คนในสมัยโบราณมักปลูกไว้ตามบ้านเรือนเพื่อเป็นยาและประกอบอาหาร

ในตำรายาของไทยได้ระบุให้มะรุมเป็นพืชผักสมุนไพรอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นพืชผักสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมายนับว่าเป็นพืชมหัศจรรย์เลยก็ว่าได้เป็นพืชทางเลือกที่เหมาะกับยุคปัจจุบันสำหรับคนที่รักสุขภาพ

ประโยชน์ของมะรุม

ในมะรุมมีวิตามินสูงจึงสามารถช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุมกันให้กับร่างกายให้แข็งแรงต้านกาเกิดโรคหวัดได้ดี

ในมะรุมมีสารต่อต้านมะเร็ง จึงนำมาเป็นยาช่วยต้านและยับหยั่งการเกิดมะเร็งได้

ในมะรุมมีวิตามินเอที่สูง ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตาในคนชราและเหมาะกับคนที่อยู่กับแสงสีฟ้าหรือคนที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานต่อวัน

ในมะรุมมีสารที่ช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวานจะช่วยบรรเทาอาการน้ำตาลในเลือดสูงได้

สรรพคุณทางยาของมะรุม

ราก ในส่วนของรากมะรุมน้ำมาต้มแล้วกรองกากออกจะมีรสชาติขม ถ้านำทานเป็นยาจะช่วยลดอาการบวมและเป็นยาบำรุงไฟธาตุได้เป็นอย่างดีมากเมื่อเทียบกับบรรดาพืชสมุนไพรต่างๆ

เปลือกจากต้นมะรุม นำมาทุบหรือบดให้ละเอียดแล้วต้มกรองกากออกให้หมดเป็นยาขับลมในลำไส้ ทำให้ผายลมและเรอออกได้ดี และนำมาห่อผ้าทำเป็นลูกปะคบเผื่อนำมาประคบบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้

ยอดและใบ คุณประโยชน์ของใบมะรุมมากล้มเพราะในใบมะรุมประกอบไปด้วยสารอาหาร จำพวก แคลเซียม วิตามินซี โปรตีน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสูงมากช่วยแกอาการอักเสบอาการเลือดออกตามไรฟันและสามารถเป็นยาระบายอ่อนๆได้อีกด้วย

ดอก นำมาต้มกรองกากออกให้หมดนำมาทานเป็นยาช่วยในเรื่องขับปัสสาวะ ขับน้ำออกจากร่างกาย และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ ทานแล้วนอนหลับสบาย

ฝัก สามารถนำมารับประทานเป็นยาบรรเทาลดไข้ แก้อาการตัวร้อนได้ดี

เมล็ด นำเมล็ดของมะรุมมาสกัดเพื่อเป็นยาช่วยรักษาโรคต่างๆได้มากมายหลายโรค อาทิ โรครูมาติซั่ม อาการปวดตามข้อตามกระดูก โรคผิวหนัง โรคเกิดจากเชื้อราต่างๆ และสามารถนำมาบำรุงรักษาผิวให้มีความชุ่มชื่นได้อีกด้วย

เนื้อในเมล็ด สามารถเป็นยาแก้ไอบรรเทาอาการไอได้ดี และเนื้อในเมล็ดมะรุมจะเป็นยาบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี

มะรุมมีประโยชน์มากมายก็จริงแต่ก็มีโทษแฝงอยู่ด้วย

มะรุมไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคตับเพราะจะทำให้ค่าเอนไซม์ของตับสูงขึ้นมาก

มะรุมไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์ เพราะอาจมีสารที่ทำให้เกิดอาการแท้งได้

มะรุมไม่ควรทานติดต่อกันเป็นเวลานานเพราะจะทำให้ค่าเอนไซม์สูงจนทำให้เกิดโรคตับได้

มะรุมไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเกาต์เพราะในมะรุมมีโปรตีนสูงมากจะทำให้เป็นอันตรายกับโรคที่เป็นอยู่

มะรุมไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเลือดเพราะมะรุมจะทำให้เลือดแตกตัวง่าย

*** ทุกอย่างมีทั้งคุณและโทษก่อนจะบริโภคควรศึกษาให้ถี่ถ้วยก่อนรับประทาน ***

 

 

เตยหอม สมุนไพรไทย นานาประโยชน์

เตยหอม สมุนไพรไทย นานาประโยชน์

เตยหอม เป็นพืชล้มลุกพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นเป็นป่องข้อ ใบเลี้ยงเดี่ยว ลักษณะของใบมีสีเขียว เป็นทางยาวปลายใบแหลม ผิวใบเป็นมันมีกลิ่นหอมใบเจริญเติบโตเป็นกอ มีรากอยู่ใต้ดินหล่อเลี้ยงลำต้นที่เป็นกอไว้ เป็นพืชที่ชอบน้ำเจริญเติบโตง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ปลูกหนึ่งครั้งสามารถมีอายุมากถึง 10 ปี

เตยหอมเป็นสมุนไพรที่ถ้ากล่าวขึ้นมาแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จักเพราะ เตยหอมเป็นพืชสมุนที่คนไทยคุ้นเคยกันมาตั้งแต่โบราณกาล บ้านเรือนในสมัยก่อนต้องปลูกเตยหอมติดบ้านกันไว้เกือบทุกหลังคาเรือน เพราะมักนิยมนำมาประกอบอาหารหวานเช่นทำขนมไทย  น้ำมาทำเป็นเครื่องดื่ม นำมาประดับบ้านเรือน ฯลฯ เตยหอมสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งใบสดและใบแห้ง และเตยหอมก็ยังคงเป็นสมุนไพรยอดนิยมของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน

สรรพคุณทางยาของเตยหอม

ลำต้นและราก มีสรรพคุณทางยาเป็นยาช่วยในเรื่องการขับปัสวะแก้กระษัย

ใบของเตยหอม มีสรรพคุณทางยาเยอะแยะมากมาย ใบสดตำและนำไปพอกช่วยรักษาโรคผิวหนัง นำไปต้มดื่มน้ำเตยหอมจะช่วยในเรื่องชุ่มชื่นบำรุงหัวใจและโลหิต

ประโยชน์ของเตยหอม

-ใบของเตยหอมนำมาสรรค์สร้างเมนูอาหารหวาน  เพิ่มสีสันในอาหารหวาน เพิ่มประโยชน์จากคลอโรฟิลล์ที่ออกมาจากใบสีเขียว และกลิ่นหอมนวลทำให้อาหารเมนูต่างๆน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

-ใบของเตยหอมน้ำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารคาว เป็นตัวที่ช่วยดับกลิ่นความคาวของอาหารสดได้อย่างดี เปลี่ยนจากกลิ่นเหม็นคาวมาเป็นกลิ่นหอมของเตยหอมจึงทำให้อาหารน่ารับประทานยิ่งขึ้น น้ำมาเป็นวัตถุดิบในอาหารทอดปรุงรสนิดหน่อยอาหารก็น่ารับประทานมากกว่าเดิม

-ใบของเตยหอมนำมาใช้ดับกลิ่น นอกจากจะนำมารับประทานได้แล้ว ใบของเตยหอมก็ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นได้ด้วยคือสามารถนำใช้ดับกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ ในตู้เสื้อผ้า ในห้องน้ำ ในตู้เย็น ในรองเท้า ในตู้รองเท้า ในห้องนอน เปลี่ยนจากกลิ่นไม่พึ่งประสงค์เป็นกลิ่นทำให้ผ่อยคลายได้ดี

-ใบของเตยหอมใช้เป็นเครื่องประทินผิว นำใบสดของเตยหอมไปตำหรือบดให้ละเอียดแล้วนำไปบำรุงผิวหน้าหรือผิวกายให้ดูชุ่มชื่น ทำให้ผิวใส กำจัดแบคทีเรีย ถ้าใครที่เป็นโรคผิวหนังนำใบของเตยหอมที่ตำหรือบดให้ละเอียดทาอย่างเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการของโรคผิวหนังนี้ได้

ข้อควรระวังของเตยหอม

เตยหอมถึงแม้ประโยชน์จะมากมายแต่ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน เตยหอมไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต หากต้องการรับประทานควรให้แพทย์แนะนำให้ระเอียดและอยู่ในการดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เพราะถ้ารับประทานหรือบริโภคเข้าไปจะทำให้เกิดอันตรายต่อไตและร่างกาย

 

ดาวเรือง ดอกไม้ทนร้อน ดอกไม้มงคลคู่บ้าน

ดาวเรืองดอกไม้ที่ได้ยินแค่ชื่อก็รู้สึกว่ามีความหมายที่ดีมากแล้ว

ดาวเรืองเป็นพืชล้มลุกมีอายุยืนต้นได้ประมาณ 1 ปี มีใบตามลำต้นสีเขียวใบคล้ายๆขนนก ลำต้นสีเขียว ดอกส่วนมากจะมีสีเหลืองทองอร่ามตา แต่จะมีสีอื่นบ้างตามสายพันธ์ ปลูกง่ายโตเร็ว ปลูกได้ทุกฤดู ทั้งฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว และสามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย ดอกดาวเรืองในปัจจุบันมีหลายหลายสายพันธ์

ดาวเรืองเป็นพืชที่สามารถทนความร้อนได้ดีมาก

ยิ่งอากาศร้อนมากขนาดไหนยิ่งดีดาวเรืองชอบค่ะสังเกตดูค่ะว่าถ้าฤดูร้อน (Summer) เป็นพืชที่ทนได้ทั้งแดดทั้งฝน ทนต่อโรค พืชทีมีความอดทนสูง แต่ถ้าถึงฤดูร้อน (Summer) เมื่อไหล่จะเห็นดอกดาวเรืองดอกไม้สีเหลืองอร่ามอมทองบานตามบ้านเรือนและตามสถานที่ต่าง ๆให้เกลื่อนเมือง

ดาวเรืองนับเป็นดอกไม้มงคลที่อยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ไม่ใช่ปลูกแค่เพื่อประดับบ้านเรือนเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คนไทยเชื่อว่าดอกดาวเรือง แทนความเจริญรุ่งเรือง สีเหลืองทองอร่ามตานั้นเชื่อว่าเปรียบเสมือนเงินทอง ยิ่งมีดอกบานมากเท่าไรยิ่งดี ถ้ามีกิจการก็จะช่วยให้กิจการเจริญรุ่งเรื่องดังชื่อของดอกไม้ นิยมนำดอกดาวเรืองมาใช้ในพีธีทางศาสนา นำมาถวายพระ เพราะถือว่าเป็นดอกไม้มงคล

ดอกดาวเรืองดอกไม้เศรษฐกิจยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันดอกดาวเรืองไม่เป็นเพียงดอกไม้ที่ใช้ประดับตกแต่งบ้านเรือนเท่านั้นแต่ปัจจุบันดอกดาวเรืองได้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถทำเงินสร้างรายได้ให้กับชาวเกษตรกรได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว ปลูกได้ทั้งปีเพราะดอกดาวเรืองเป็นพืชอายุสั้นปลูกแค่ 60-70 วันก็สามารถออกดอกบานสะพรั่งให้เก็บไปจำหน่ายได้แล้ว ปลูก 1 ครั้งสามารถเก็บดอกขายได้หลายครั้งหรือสามารถเก็บดอกจำหน่ายได้ทั่งปี

นอกจากดอกดาวเรืองจะเป็นดอกไม้ที่ปลูกประดับบ้านเรือนเพื่อความสวยงาม ปลูกตามความเชื่อเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแล้ว ดอกดาวเรืองยังเป็นพืชที่มีประโยชน์อีกหลายอย่าง ดังนี้

-ปลูกเพื่อฟื้นฟูดิน ส่วนรากของดอกดาวเรืองมีสาร สารแอลฟ่าเทอรีอีนิล ที่ช่วยป้องกันและกำจัดใส้เดือนฝอยที่อยู่ในดินได้ดี เมื่อดอกดาวเรืองหมดอายุของมันแล้วไถ่กลบทั้งต้นและรากไปด้วยกันในพื้นที่ทีเตรียมไว้เพื่อปลูกพืช จำพวก สตรอเบอร์รี มันเทศ ยาสูบ เป็นต้น รวมทั้งเป็นปุ๋ยและช่วยปรับสภาพดินที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้นได้

-ปลูกเพื่อไล่แมงและแมลง เนื่องจากดอกดาวเรืองมีกลิ่นที่ฉุนรุนแรงจึงเป็นสิ่งที่สามารถเป็นตัวไล่แมงและแมลงต่างๆได้ในบริเวณทีปลูกต้นดาวเรืองไว้และบริเวณที่ได้นำดอกดาวเรืองไปวาวไว้ด้วย

-ปลูกเพื่อไล่งูหรือป้องกันงู ดอกดาวเรืองเป็นพืชที่งูไม่ชอบถ้าปลูกไว้รอบๆบ้านสามารถเป็นสิ่งที่ไล่งูหรือป้องกันงูไม่ให้เข้ามาในบริเวณบ้านของเราได้และยางของต้นดอกดาวเรืองจะมีสารที่ทำให้ตาของงูพล่ามัวได้ด้วย

-ปลูกเพื่อนำมาทำน้ำมันหอมละเหย เนื่องจากดอกดาวเรืองมีสรรพคุณทางยาคือช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้ จึงนิยมนำดอกดาวเรืองมาสกัดเพื่อทำน้ำมันหอมละเหยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม

ดอกดาวเรืองยังปลูกแล้วสามารถนำไปทำประโยชน์ได้อีกในหลายๆอย่าง หากมีพื้นที่ มีเวลาว่าง อยากปลูกดอกไม้อย่าลืมคิดถึงดอกดาวเรืองกันนะค่ะ

ไผ่พืชสร้างเศรษฐกิจ พืชสร้างพลังงาน

ไผ่พืชสร้างเศรษฐกิจ พืชสร้างพลังงาน

ไผ่ (Bamboo) เป็นพืชที่อยู่คู่กับมนุษย์โลกมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ไผ่เป็นพืชตะกลูหญ้า จัดอยู่ในกลุ่มพืชไม้ยืนต้นเพราะมีอายุยืนและเป็นไม้ผลัดใบ ลำต้นเป็นปล้อง ขึ้นในที่ใกล้ๆกันเรียกว่า กอ ไผ่มีหลายสายพันธ์ เช่น ไผ่ตรง ไผ่หวาน ไผ่จีน ไผ่สีสุก ไผ่ไร่ ไผ่ดำ ไผ่ป่า ไผ่บ่ง ไผ่บงคาย เป็นต้น

ผลผลิตทีได้จากไผ่ ได้แก่ หน่อไม้ ซึ่งเป็นอาหารที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหาร และแปรรูปได้หลากหลายเมนู หลากหลายประเภท  ในทุกภาคของประเทศไทย

 

ไผ่พืชสร้างเศรษฐกิจ

ไผ่ (Bamboo)  เป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้อย่างมากมาย เพราะทุกส่วนของไผ่ล้วนมีประโยชน์และสามารถขายและทำรายได้ในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นลำต้น ส่วนหน่อไม้ สามารถนำไปแปรรูปสร้างรายได้ ได้อย่างมหาสาร เช่น ลำต้นนำมาทำโต๊ะ ตู้ เตียง เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในส่วนของหน่อไม้นำมาแปลรูป หน่อไม้ดอก หน่อไม้อัด หน่อไม้แผ่นแปรรูป หน่อไม้ทอดกรอบทรงเครื่อง นำมาประกอบอาหารในหลากหลายเมนู เพื่อไปจำหน่าย

ไผ่พืชสร้างพลังงาน

ไผ่ (Bamboo)  เป็นพืชที่โตง่าย โตเร็ว ปลูกได้ทั่วไปในทุก ๆพื้นที่ ส่วนประกอบของไผ่ทุกส่วนจะประกอบไปด้วยเซลลูโลสเป็นตัวที่สามารถนำไปใช้เป็นชีวมวลผลิตเชื้อเพื่อสร้างเพลิงพลังงานทดแทนได้เยอะแยะมากมาย เช่น น้ำไปสกัดเพื่อเป็นน้ำมันดิบ ส่วนของต้นไผ่สดแล้วบดเป็นผงให้ละเอียดนำไปหมักจะได้เป็นก๊าซมีเทนหรือก๊าซชีวภาพซึ่งมีค่าพลังงานทีสูงมาก นำไปผลิตเป็นถ่านจากไม้ไผ่ที่มีคุณภาพสูงและนำไปผลิตเป็นเม็ดพลังงานแห้งที่ใช้ในโรงไฟฟ้าที่ในปัจจุบันเป็นที่ต้องการมากทั้งในและต่างประเทศ

ชาร์โคลจากไผ่ (Bamboo Charcoal) หรือผงถ่านแอคติเวทชาร์โคล

นำมาเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์มากมายหลายอย่าง อาทิเช่น ส่วนผสมของ ยาสีฟัน ส่วนผสมของเครื่องสำอาง และนำมาใช้ทางการเเพทย์ในการดูดซับสารพิษออกจากร่างกาย ชาร์โคลอยู่ใกล้ตัวเรามาก..แม้แต่ในอาหารต่างๆ

ชาร์โคลจากไผ่ (Bamboo Charcoal) หรือผงถ่านแอคติเวทชาร์โคล ดีต่อสุขภาพอย่างไร

  1. ช่วยในเรื่องการช่วยออกจากร่างกาย ดูดซับสารพิษทางเดินอาหารและลำไส้ รวมถึงดูดซับแก๊สต่างๆออก เช่นอาการ แน่นท้อง จุกเสียด และยังช่วยในเรื่องบรรเทาอาการท้องเสียได้ดี
  2. ช่วยเกี่ยวกับโรคภายในช่องปาก แก้อาการมีกลิ่นปาก ป้องกันเรื่องฟันผุ และโรคเหงือกบวมเหงือกอักเสบ
  3. ช่วยในเรื่องของการทำให้นอนหลับและผ่อนคลายสบาย
  4. ช่วยในเรื่องการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกาย
  5. ช่วยในเรื่องการลดคลอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี
  6. ช่วยในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวสดชื่น เปล่งปลั่ง ช่วยขจัดเซลล์เซลส์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ลดริ้วรอย และทำให้รอยแผลเป็นที่มีจางลง
  7. ช่วยบำรุงสมอง ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น
  8. ช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ด้วย

ดอกอัญชัน ดีต่อสุขภาพอย่างไร

ดอกอัญชันดีอย่างไร

ดอกไม้สีม่วงสวยสดใส (อาจพบเห็นดอกสีขาวและสีอื่นบ้างในบางพื้นที่แต่ไม่มากค่ะ) ตั้งแต่สมัยโบราณกาลนำดอกอัญชันมารับประทานเพื่อใช้ในเรื่องความจำ รับประทานแล้วความจดจำจะดีขึ้น สมองจะแล่นขึ้น และในปัจจุบันได้มีการคิดค้นทดลองน้ำดอกอัญชันมาเป็นยานอนหลับแบบอ่อนได้ดี ดอกอัญชันมีสารแอนโทไซยานิน เป็นสารที่สามารถละลายในน้ำได้ ขับถ่ายออกจากร่างกายได้โดยการปัสวะ สามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระชะลอริ้วรอยต่อไว ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเพิ่มพลังงาน ช่วยลดผมร่วงบำรุงรากผม และโรคผิวหนังบนหนังศีรษะได้ บำรุงผมให้เงางามดกดำ บำรุงคิ้ว เป็นยาบำรุงลิ่มเลือด ทำให้การไหลเวียดของโลหิตดี ช่วยลดการอุตตันของโลหิต ช่วยในการป้องกันการเป็นโรคหัวใจ ช่วยในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ สามารถรับประทานได้ไม่มีอันตรายต่อชีวิตหากรับประทานอย่างพอเหมาะไม่มากเกินไป

ดอกอัญชัญมีโทษจริงหรือไม่

จากการที่ว่าดอกอัญชัน มีอันตรายหากรับประทานนั้นเนื่องจากดอกอัญชันถ้ารับประทานเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไปก็สามารถทำอันตรายต่อชีวิตได้จริงเนื่องจากดอกอัญชัญมีฤทธิ์ในการทำละลายลิ่มเลือดแต่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะค่ะว่าดอกอัญชั้นนั้นไม่ได้เป็นทำให้เลือดจางแต่อย่างใด แต่จะมีตัวยาในดอกอัญชันในการทำให้เลือดหมุ่นเวียนได้ดีมากยิ่งขี้นถ้าหากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะคือ 2-3 ดอกต่อวันเท่านั้น

ในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวคือโรคความดันสูงความหลีกเลี่ยงในการรับประทานดอกอัญชันหรือไม่นั้นน่าจะเชื่อมโยงมาจากที่ว่าดอกอัญชันมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับจึงมีผลในการรับประทานเข้าไปทำหน้ามืดหรืออาจจะทำให้หมดสติได้แต่ถ้ารับประทานในปริมาณที่ถูกอัตราส่วนก็จะไม่มีผลทำให้นอนหลับหรือหมดสติได้

เมนูยอดฮิตที่ได้มาจากดอกอัญชัน

น้ำสมุนไพรดอกอัญชัน

วัตถุดิบที่ต้องจัดเตรียม รับรองได้ดื่มน้ำสมุนไพรไร้สารพิษแบบถูกใจ ทานแล้วสดชื่นๆกันไปเลยในอากาศที่ร้อนจัดอย่างนี้ถ้าได้น้ำสมุนไพรดอกอัญชันใส่น้ำแข็งเย็นๆเข้าไปสักแก้วคงสดชื่นขึ้นทันตาแน่นอนค่ะมาค่ะมาเตรียมวัตถุดิบกัน

1.ดอกอัญชันสดหรือดอกอัญชันตากแห้ง 3 ดอก

2.น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง

3.น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ

4.น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

5.มะนาว 1 ลูก

6.น้ำแข็ง 1 แก้ว

-เตรียมเติมน้ำสะอาด ตั้งหม้อใส่ดอกอัญชันลงในหม้อต้มน้ำทั้งหมด 3 ดอก รอให้น้ำเดือดน้ำต้มเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงิน แล้วยกลงพัก นำน้ำมากรองเอาดอกอัญชันออกจากน้ำให้หมด

-พักให้เย็นแล้วเติมน้ำเชื่อมกับน้ำผึ่งลงไปอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะคนให้เข้ากันก่อนแล้วชิมรสชาติต้องการหวานมากหวานน้อยค่อยเติมลงไปทีหลัง หวานมากไม่ดีค่ะจะเป็นอันตรายต่อร่างกายอีก

-จัดเตรียมน้ำแข็งใส่แก้วแล้วเทน้ำอัญชันที่ทำไว้ลงในแก้ว นำมะนาวบีบลงไปในแก้วน้ำดอกอัญชันน้ำจะเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงแล้วคนอีกรอบ

-แค่นี้ก็ได้เครื่องดื่มสมุนไพรที่ช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี

ข้อควรแนะนำ

ไม่ควรดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียวกันเป็นเวลานานและต่อเนื่อง ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากจนไป เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

 

มะกรูด สมุนไพรอันดับต้นๆ เรื่องสุขภาพและความงาม

มะกรูด สมุนไพรอันดับต้นๆ เรื่องสุขภาพและความงาม

 

มะกรูด ถือเป็นสมุนไพรอันดับต้นๆที่ทุกคนรู้จัก ไม่น่าจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักมะกรูด มะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง มีกิ่งก้านแตกออกตามลำต้น ใบสีเขียวรูปใข่ใบจะมีลักษณะเหมือนใบไม้ต่อกัน 2 ใบ ส่วนลำต้นและก้านของใบจะมีหนามแหลมอยู่รอบๆ มีดอกและออกผล ผลจะมีผิวขรุขระขนาดจะเท่ากับผลส้มน้ำของผลมะกรูดจะมีรสเปรี้ยวอมขม และจัดมะกรูดว่าเป็นพืชในตระกูลส้มด้วยเช่นกัน

มะกรูดนับว่าเป็นสมุนไพรที่คู่กับครัวไทย ตั้งแต่สมัยโบราณกาลได้นำมามะกรูดมาใช้ประกอบอาหารในหลายๆเมณู ถือได้ว่าครัวไทยถ้าขาดมะกรูดนี้ทำให้ไม่ได้เข้าถึงอาหารไทยอย่างแท้จริงเลย ไม่ว่าจะผลมะกรูดที่นำมาเป็นส่วนประกอบหลักของพริกแกงในรสชาติต่างๆใบมะกรูดที่ใส่ในอาหารจำพวกต้มยำ อาหารจำพวกลาบ ทีใส่แล้วจะมีกลิ่นหอมน่ารับประทานยิ่งขึ้น น้ำของผลมะกรูดนำมาใส่แทนมะนาวก็เป็นได้เพราะมีรสเปรี้ยวคล้ายๆกัน

มะกรูดกับความงาม ก็คู่กันมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลเช่นกัน ผู้หญิงในสมัยก่อนไม่มีเครื่องสำอางสำหรับประทินผิวกาย สำหรับรักษาบำรุงผม ก็ได้เจ้าผลของมะกรูดนี้แหละเป็นเครื่องบำรุงประทินผิว เป็นตัวบำรุงผมได้เป็นอย่างดี น้ำของมะกรูดจะช่วยบำรุงผมให้เงางาม แก้โรคหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นผมร่วง การเกิดรังแค หนังศีรษะแห้งแค่ใช้น้ำของผลมะกรูดใช้ทำความสะอาดผมและหมักผมไว้แล้วล้างออกก็จะช่วยบำรุงรักษาผมให้เงางามมากขึ้น และน้ำมาทาผิวกายก็จะช่วยให้ผิวกายนุ่มชุ่มชื่นขึ้นนำผลมะกรูดมาใช้ขัดผิดทำให้ผิวขาวใสขึ้นได้อีกด้วย

สรรพคุณทางยาของมะกรูด

ใบมะกรูด ช่วยในเรื่องการแกอาการไอ การอาเจียน ลดอาการช้ำใน ช่วยผู้ป่วยที่มีเชื้อมะเร็งช่วยชะลอการขยายตัวของเชื้อมะเร็งต่อต้านการเกิดมะเร็ง

ผลมะกรูด ช่วยรักษาอาการไอ ช่วยขับเสมหะ อาการเจ็บคอจากคออักเสบ ช่วยบำรุงและฟอกโลหิต ช่วยแก้อาการปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อในเด็กเล็กได้ดีและช่วยขับลมออกจากร่างกาย

ผิวมะกรูด ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ แก้อาการเป็นลม วิงเวียรศีรษะ และช่วยการล้างสารพิษออกจากร่างกาย

รากมะกรูด มีฤทธิ์เป็นยาเย็น เป็นยาลดไข้ ถอนพิษ ลดอาการจุกเสียดภายใน

ในปัจจุบันได้มีเทคโนยีที่เยอะมากขึ้น จึงทำให้ได้มีผู้ที่ วิเคราะห์ คิดค้น นำมะกรูดมาแปลรูป สร้างผลิตภัณฑ์จากมะกรูดขึ้นมาเยอะมากมายหลายตัว เช่นเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็น สบู่ ครีมอาบน้ำ น้ำยาสระผม ครีมบำรุงผม ครีมบำรุงผิว ฯลฯยากำจัดแมลง ไม่ว่าจะเป็น ส่วนประกอบของยากันยุง ยากำจัดมด เครื่องหอมละเหย ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบของน้ำยาดับกลิ่น น้ำยาลดกลิ่นอับ เป็นต้น หรือนำมาเป็นเครื่องดื่ม “น้ำมะกรูดโซดา” ก็สดชื่นอย่างบอกใครค่ะ

 

มะกรูดเป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์มากมาย พบเห็นได้ง่ายในประเทศไทย มีราคาไม่แพง และสามารถปลูกได้ตามลบ้านเรือน ประโยชน์รอบด้านอย่างนี้อย่าลืมหามาปลูกติดบ้านกันไว้สักต้นนะค่ะ

ว่านหางจระเข้ (ALOE VERA) สมุนไพรไทย คุณประโยชน์เกินคลาด

ว่านหางจระเข้ (ALOE VERA) สมุนไพรไทย คุณประโยชน์เกินคลาด

 

ว่านหางจระเข้ (ALOE VERA) เป็นพืชในตระกูลล้มลุกที่มีอายุอยู่ได้หลายปี พบมากกว่า 300 สายพันธ์ ถิ่นกำเนิดมาจากบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและพบกำเนิดมาจากทางบริเวณตอนใต้ทวีปแอฟริกา ว่านหางจระเข้จะมีใบที่โดดเด่น มีลักษณะใบเดี่ยว ใบอวบอิ่มน้ำ ใบหนา  มีหนามรอบใบ ส่วนใบมีสีเขียว ภายในใบจะมีลายจุดสีขาวกระจ่ายอยู่ทั่วใบ โคนใบหน้าปลายใบมีลักษณะแหลม ในใบจะมีเนื้อในเป็นวุ้นน้ำเมือกเหนียวส่วนนี้แหละถือว่าเป็นส่วนที่มีประโยชน์ที่สุดของว่านหางจระเข้ ใน 1 ต้นจะมีใบประมาณ 6-7 ใบขึ้นไป ดอกของว่านหางจระเข้จะมีสีแดงอมเหลือง ก้านชู้ดอกเป็นคล้ายๆโคมเป็นชั้นๆ และมีผลจะเหมือนรูปกระสวย มีทั้งสายพันธุ์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ว่านหางจระเข้เป็นพืชที่ปลูกง่ายไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะแค่รดน้ำใส่ปุ๋ยธรรมดาก็สามารถอยู่ได้แล้ว

ว่านหางจระเข้ (ALOE VERA) ถือว่าเป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันมาตั้งแต่โบราณกาล สมัยก่อนจะนิยมนำว่านหางจระเข้มาใช้กับแผลสด แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก ซะส่วนใหญ่ แต่ในยุคปัจจุบันได้มีการคิดค้น และนำวิวัฒนาการต่างๆมาประยุคให้ว่านหางจระเข้ได้สามารถทำมาใช้ประโยชน์มากขึ้น ไม่ว่าจะนำมาบริโภค นำมาเป็นเป็นส่วนผสมหลักของการทำเครื่องสำอางและยา ฯลฯ

สรรพคุณทางยาของว่านหางจระเข้

1.เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้ สามารถป้องกันลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการเป็นโรคเบาหวานได้ดี

2.เนื้อวุ้นของว่านหางเป็นยาช่วยเรื่องรักษาริดสีดวงทวาร นำมาเหลาให้เป็นแท่งแล้วนำมาทำให้แข็งตัวโดยการแช่แข็ง นำไปเหน็บช่องรูทวารเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้

3.เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้นำมาปั่นเพื่อรับประทานสามารถช่วยลดอาการปวดตามข้อของร่างกายได้

4.เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้นำมาปั่นเพื่อรับประทานสามารถช่วยบำรุงร่างกาย ความคุมน้ำตาลในในเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

5.เนื้อวุ้นของงว่านหางจระเข้ นำมาช่วยรักษาแผลสด แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวกได้เป็นอย่างดีเพราะว่านหางจระเข้มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยบรรเทาอาการได้ดี

6.เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้ น้ำมาทาเพื่อลดรอยแผลเป็นให้จางลงได้

7.เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้ สามารถนำมาทาที่ใบหน้าเพื่อรักษาฝ้าบนใบหน้าให้จางลงได้

8.เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ช่วยลดอาการคันจากการเกิดโรคผิดหนังได้ดี

9.ยางที่ออกมาจากใบช่วยในเรื่องของระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย เป็นยาระบายที่ดี

10..เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้ นำมาทำเป็นอาหารหวาน ขนมหวาน ได้หลากหลายเมนู

สรรพคุณของว่านห่างจระเข้ ยังมีอีกมากมายนอกเหนือจากที่ยังไม่ได้กล่าวไว้ จึงเป็นพืชที่เหมาะแก่การปลูกไว้ในทุกๆประจำบ้านเรียกได้ว่า ว่านหางจระเข้ (ALOE VERA) สมุนไพรไทย คุณประโยชน์เกินคลาดจริงๆ

ดอกแก้ว ดอกไม้มงคล คู่คนไทย

ดอกแก้ว ดอกไม้มงคล คู่คนไทย

ดอกแก้วเป็นไม้ประดับขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง ลักษณะเป็นพุ่มมีใบสีเขียวเป็นมันมีกลิ่นหอมสลับกันเป็นพุ่ม ส่วนดอกจะมีสีขาวสะอาดสดใส ออกช่อเป็นพุ่มสวยมากมีกลิ่นที่หอมนวลมากและในตอนกลางคืนจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ มีผลเป็นวงรีขนาดเล็กสี เขียวพอแก่ผลจะเป็นสีแดง สวยงาม ต้นดอกแก้วเป็นพันธ์ที่สามารถเพาะพันธ์ เพาะปลูกได้ง่ายๆโดย เพาะเมล็ด การตอนกิ่ง และการตัดกิ่งเพาะชำ พบได้ในป่าดิบทั่วไปและปัจจุบันคนไทยนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในบ้านเรือน ซึ่งนิยมมากสุดคือนำมาปลูกทำเป็นรั่วกันแนวเขตของบ้าน

ดอกแก้วมีหลากหลายสายพันธุ์ ดังนี้

1.แก้วธรรมดา เป็นจำพวกต้นแก้วที่ใช้ปลูกเป็นแนวรั้วบ้านทั่วไปหรือต้นแก้วป่าที่พบในป่านั้นเอง

2.แก้วพวง เป็นแก้ว สามารถปลูกง่าย มีใบแหลมๆ ดอกไม่เยอะมากพอประมาณ และนิยมปลูกทำรั้วแล้วตัดคล้ายๆโมก

ผลเป็นวงรีขนาดเล็กสี เขียวพอแก่ผลจะเป็นสีแดง

3.แก้วพวงดวงใจ แก้วชนิดนี้จะมีจุดเด่นคือมีดอกเป็นพุ่มที่เยอะกว่าแก้วสายพันธุ์อื่นๆ

4.แก้วหิมาลัย หรือ แก้วอินเดีย เป็นต้นแก้วที่มีใบกลมไม่มาก ปลายแหลมน้อยกว่า ดอกค่อนข้างใหญ่กว่าดอกแก้วสายพันธ์อื่นๆ

5.แก้วลิลลี่ เป็นต้อนแก้วที่มีดอกใหญ่และกลิ่นหอมนุ่ม ลักษณะต้นเป็นพุ่มเตี้ย กิ่งก้านใบเยอะ

6.แก้วออสเตรเลีย หรือ แก้วใบประยงค์ เป็นแก้วแคระใบจิ๋วมากอีกหนึ่งสายพันธุ์

7.แก้วแคระ เป็นแก้วที่ต้นเล็ก ดอกจิ๋วๆ เป็นต้นแก้วที่เล็กที่สุดในบรรดาต้นแก้วทั้งหลาย

8.แก้วแคระมงคล เป็นต้นแก้วแคระพัฒนาสายพันธุ์ด้วยคนไทย ได้นำไปจำหน่ายให้กับคนอินโด

แล้วคนไทยได้นำกลับมาพัฒนาเพื่อขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยอีกครั้ง

ยังมีแก้วอีกหลายสายพันธุ์ แต่แก้วบางชนิดเป็นสายพันธุ์เดียวกันแต่ต่างคนต่างที่อาจเรียกชื่อต้นแก้วต่างกันออกไปจึงทำให้ต้นแก้วในปัจจุบันมีหลายชื่อหลายสารพันธุ์มากบางทีอาจทำให้สับสนในการเรียกชื่อของต้นดอกแก้วได้

                                                      ดอกจะมีสีขาวสะอาดสดใส ออกช่อเป็นพุ่มสวยมากมีกลิ่นที่หอมนวลมาก

คนไทยสมัยก่อนนิยมนำดอกแก้วเป็นดอกไม้ถวายพระ และใบของดอกแก้วก็จะมีความมันวาวสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบในการร้อยมาลัยถวายพระหรือใช้ใน พีธีกรรม พีธีการอื่นๆได้อย่างสวยงาม เพราะดอกแก้วเป็นดอกไม้ทีสวยงามมีสีขาวบริสุทธิ์  คนไทยในสมัยก่อนมีความเชื่อว่าถ้าปลูกต้นดอกแก้วไว้ในจะทำให้คนในบ้านมีความดี มีคุณค่าในสังคมสูง ความสูงส่ง เป็นที่เคารพของคนทั่วไป คนสมัยก่อนเปรียบของที่มีคุณค่าสูงเหมือนดังดอกแก้ว  จึงทำให้ต้นแก้วเป็นต้นไม้ประจำบ้านของคนไทยตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงในปัจจุบัน

ดอกไม้ไทยมีความสวยงาม มีคุณค่า มีความหมาย มากมายแตกต่างกันออกไปช่วยกันอนุรักษ์ รักษา ดอกไม้ไทยให้อยู่คู่กับคนไทยไปนานๆค่ะ ดอกแก้ว ดอกไม้มงคล คู่คนไทย

แคนา ประโยชน์หลากหลาย มากมายกว่าต้นไม้ธรรมดา

แคนา ประโยชน์หลากหลาย มากมายกว่าต้นไม้ธรรมดา

 

แคนา หรือ แคป่า เป็นไม้ป่ายืนต้นขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ เกิดขึ้นตามขึ้นธรรมชาติทั่วไป ตามหัวไร่ ปลายนา ในชนบทเพื่อใช้เป็นร่มเงาบังแสงแดดในพื้นที่ทำการเกษตร และส่วนต่างๆของแคนายังมีประโยชน์อีกเยอะแยะมากมาย

ดอกแคนา มีสีขาวและกลิ่นหอม บานตอนกลางคืนและร่วงในเวลาเช้าตรู่ แคนาจะเริ่มออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายนของทุกๆปี ช่วงแคนาออกดอกจะสวยงามมาก นิยมนำดอกแคนามารับประทาน แคนาทำอาหารได้หลายหลากเมนู เช่น ดอกกินสดกับน้ำพริก ต้มหรือลวกดอกแคนากับน้ำพริก แกงส้มดอกแคนา ดอกแคนาชุบแป้งทอด ยำดอกแคนาทอดกรอบ ฯลฯ แคนามีรสชาติหวานอมขมเล็กน้อย แคนาจะมีกิ่งก้านใบจำนวนมากเป็นไม้ผลัดใบ ลำต้นสีขาว น้ำตาล สูงประมาณ 20 เมตรขึ้นไป การขยายพันธุ์ของแคนาสามารถทำได้จากการะเพาะเมล็ด การปักชำกิ่ง แคนาเป็นไม้ป่าโตเร็ว ในปัจจุบันสามารถหาซื้อมาปลูกกันได้ตาม สถานที่จำหน่าย ต้นไม้ได้ทั่วไป มีให้เลือกซื้อหลากหลายขนาด ราคาตามขนาดของต้นนั้นๆ

ในปัจจุบัน นิยมนำแคนามาปลูกเป็นไม้ประดับในสถานที่ต่างๆ เช่น บ้านเรือน บ้านจัดสรร สถานที่ทางราชการ ปั้มน้ำมัน สวนสาธารณะ คนไทยส่วนมากเชื่อว่าแคนาเป็นไม้มงคลซึ่งถ้าปลูกไว้ภายในบริเวรบ้านแล้วจะเป็นศิริมงคล จะนำสิ่งดีงาม ความร่ำรวย เข้ามาในบ้านเรือนและผู้อยู่อาศัยภายในครอบครัว เพราะเชื่อว่าดอกสีขาวของแคนานั้นเป็นตัวแทนของสิ่งบริสุทธิ์ สิ่งสำคัญคือแคนาสามารถเป็นร่มเงาป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงใหญ่

แคนามีสรรพคุณ

ดอกแคนา มีรสชาติค่อนข้างหวาน เป็นยาขับลม ช่วยละลายเสมหะ ทำให้เจริญอาหาร ขับเลือด ช่วยขับประจำเดือนในเพศหญิง

ใบของแคนา มีรสเย็น ใช้ตำใบพอกแผลสด สมานแผลสด ใช้เป็นน้ำยาบวนปาก สมานแผลในปาก

เปลือกของแคนา มีรสเย็น ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาในสตรีหลังคลอด

เมล็ดของแคนา มีรสเย็น ช่วยลดอาการปวดศีรษะ แก้อาการปวดเมื่อยของร่างกาย ช่วยแก้อาการของโรคลมชัก

รากของแคนา มีรสเย็น ช่วยลดน้ำมูกละลายเสมหะ ขับเสมหะ ช่วยในเรื่องของการขับเลือด

โทษของแคนา

แคนานอกจากจะมีประโยชน์สรรพคุณทางยาเยอะแล้วแคนาก็ยังมีโทษแฝงอยู่อีกด้วยเพราะดอกแคนามีสรรพคุณทางยาคือการขับเลือดฉะนั้นสตรีมีครรภ์ไม่ควรทานดอกแคนาเพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อบุตรในครรภ์ และทำให้เกิดการแท้งบุตรได้

มีบ้านเป็นของตัวเอง อย่าลืมคิดถึง แคนา ประโยชน์หลากหลาย มากมายกว่าต้นไม้ธรรมดานะค่ะ