ต้นกระบองเพชร

ต้นกระบองเพชร วิธีดูแลต้นกระบองเพชรไม่ให้ตาย

วิธีดูแลต้นกระบองเพชร

ต้นกระบองเพชร การดูแลที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

ต้นกระบองเพชรไอเทมเพิ่มความชิคให้กับห้อง หลายคนประสบปัญหาว่าเลี้ยงกระบองเพชรเลี้ยงมากี่รอบก็ตาย เราทำอะไรผิดไปรึเปล่า ไหนบอกว่าต้นกระบองเพชรเลี้ยงแล้วทำไมตาย กับคำถามมากมายเหล่านี้ วันนี้แอดจึงอยากจะแชร์วิธีดูแลต้นกระบองเพชร ขั้นตอนที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เชื่อว่าถ้าเราดูแลถูกวิธี ต้นกระบองเพชรไม่มีทางที่จะตายแน่นอน

ต้นกระบองเพชรปัจจุบันมีมากมายหลายสายพันธุ์มากโดยลักษณะต้นกระบองเพชรก็จะคล้าย ๆ กันคือ เป็นพืชที่อยู่ในทะเลทราย และสามารถยืนต้นได้แม้ว่าทะเลทรายจะแห้งแล้ง โดยต้นกระบองเพชรจะมีน้ำเลี้ยงไว้ในลำต้นเยอะมาก และจะทำการผลัดใบและหนามเพื่อลดการคายน้ำ ซึ่งปัจจุบันคนนิยมที่จะนำต้นกระบองเพชรมาเลี้ยงมากขึ้น โดยวิธีการดูแลต้นกระบองเพชรหลัก ๆ มีขั้นตอนวิธีการในตัวของมันเอง และเมื่อเราดูแลถูกวิธีต้นกระบองเพชรของเราก็จะแข็งแรงและสวยงาม

ต้นกระบองเพชรเลี้ยงแล้วทำไมตาย
  • วิธีดูแลต้นกระบองเพชรอย่างแรก คือ ดิน  สภาพดินที่ต้นกระบองเพชรต้องการคือดินที่มีการระบายในส่วนของน้ำและอากาศได้ดี
  • วิธีดูแลต้นกระบองเพชรอย่างที่สอง คือ การรดน้ำ วิธีการรดน้ำต้นกระบองเพชรง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องรดน้ำต้นกระบองเพชรทุกวัน อาจจะรด 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ การรดน้ำเราต้องรดให้ทั่วถึงไปยังรากแต่ไม่รดจนน้ำขังเพราะอาจจะทำให้รากเน่าแล้วต้นกระบองเพชรของเราตายได้  การรดน้ำต้นกระบองเพชรควรรดน้ำในช่วงเช้า สังเกตจากหน้าดินที่เราปลูกว่าเริ่มมีความแห้งเหมือนต้องการการเติมน้ำหรือยัง
  •  วิธีดูแลต้นกระบองเพชรอย่างที่สาม คือ อุณหภูมิและแสงแดด นำกระบองเพชรไปวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง ต้นกระบองเพชรถึงจะเกิดในทะเลทรายแต่ที่จริงความต้องการที่อยากจะรับแสงแดดก็มีเพียงเล็กน้อย คือแดดอ่อน ๆ ประมาณช่วงเช้าถึงเที่ยง 
  • วิธีดูแลต้นกระบองเพชรอย่างที่สี่ คือ ธาตุอาหารและปุ๋ย การดูแลต้นกระบองเพชรส่วนที่เป็นในเรื่องของการดูแลให้ปุ๋ยหรือเสริมในเรื่องของแร่ธาตุ ซึ่งปริมาณของสูตรก็จะขึ้นอยู่กับชนิกหรือพันธุ์ของกระบองเพชรว่าต้องการธาตุอาหารหรือปุ๋ยแบบไหน ขึ้นตามสภาพแวดล้อมที่ปลูกด้วย
วิธีดูแลต้นกระบองเพชรขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ชนิดของต้นกระบองเพชรว่าต้องการการดูแลแบบไหน

การดูแลต้นกระบองเพชรจะขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เราปลูกหรือการดูแลต้นกระบองเพชรขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ชนิดของต้นกระบองเพชรว่าต้องการการดูแลแบบไหน ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความต้องการในการดูแลที่แตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียดย่อย ๆ แต่ปัจจัยในการดูแลต้นกระบองเพชรให้สวนหลัก ๆ ก็จะเป็นในส่วนที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นทั้งหมด

#https://omgnadinechristine.com/#ต้นกระบองเพชร#การดูแลต้นกระบองเพชร

มะเขือเทศแต่ละสายพันธุ์ ความแตกต่างกัน

สายพันธุ์ของมะเขือเทศที่คุณยังไม่รู้จัก

สายพันธุ์ของมะเขือเทศ

มะเขือเทศเป็นพืชที่หลาย ๆ ประเทศนำไปประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่าของประเทศอิตาลี หรือส้มตำ ต้มยำของประเทศไทย ซึ่งเมนูอาหารที่นำมะเขือเทศไปใช้ก็จะเป็นเมนูที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังใช้ในส่วนของสายพันธุ์ของมะเขือเทศที่แตกต่างกันไป ซึ่งสายพันธุ์ของมะเทศมีความแจกต่างกันก็จะมีที่ความแตกต่างในเรื่องของรูปชาติ จุดเด่นในการนำมาประกอบอาหาร สายพันธุ์ของมะเขือเทศที่คุณยังไม่รู้จัก วันนี้แอดจะมาแนะนำสายพันธุ์ของมะเขือเทศที่นิยมรับประทานกัน

สายพันธุ์มะเขือเทศ เชอร์รี่

สายพันธุ์ของมะเขือเทศชนิดแรก คือ มะเขือเทศเชอร์รี่ หรือ Cherry Tomato หรือที่เรารู้จักกัยอีกชื่อหนึ่งว่า มะเขือเทศราชินี เป็นมะเขือเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดรูปร่างคล้ายกับเชอร์รี่ มีรสชาตที่ค่อนข้างเข็มข้นกว่ามะเขือเทศชนิดอื่น แต่มีเนื้อของผลน้อย อาหารที่นิยมนำไปทำเป็นประเภท บาร์บีคิว สลัด

สายพันธุ์ของมะเขือเทศ สีดา

สายพันธุ์ของมะเขือเทศชนิดที่สอง คือ มะเขือเทศสีดา หรือ Srida Pink Egg Tomato เป็นมะเขือเทศชนิดที่ผู้คนนิยมรับประทานมีรสชาติจืดและเปรี้ยว กลิ่นไม่แรง อาหารที่นิยมใช้สายพันธุ์มะเขือเทศสายพันธุ์สีดา คือ ส้มตำ

สายพันธุ์ของมะเขือเทศ สีแดง

สายพันธุ์ของมะเขือเทศชนิดที่สาม คือ มะเขือเทศเนื้อสีแดง หรือ Red Tomato มีลักษณะเป็นมะเขือมีเนื้อเยอะ ผลใหญ่ เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกเพื่อนำไปแปรรูป  อาหารที่นิยมนำไปทำเป็นประเภท การนำไปทำซอสมะเขือเทศ ถ้าเป็นอาหารไทยก็นำไปทำยำ

สายพันธุ์ของมะเขือเทศ ที่คุณยังไม่รู้จัก

สายพันธุ์ของมะเขือเทศชนิดที่สี่ คือ มะเขือเทศอิตาลี หรือ Italian Tree Tomato เป็นสายพันธุ์ของมะเขือเทศที่มีลำต้นใหญ่ ออกผลดกและสีของผลมีสีแดงสด ไม่นิ่มเกินไปและมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นิยมทำอาหารอิตาลี

สายพันธ์ุมะเขือเทศ เครือส้ม

สายพันธุ์ของมะเขือเทศชนิดที่ห้า คือ มะเขือเทศเครือส้ม หรือ Wild Tomato เป็นสายพันธุ์ของมะเขือเทศที่เป็นชนิดแบบเครือพบมาทางภาคเหนือและอีสานของไทย มีเม็ดเยอะและรสชาติจืดอมเปรี้ยว อาหารที่นิยมนำไปทำเป็นประเภท น้ำพริกมะเขือเทศ น้ำพริกอ่อง ส้มตำ

แอดยกตัวอย่าง 5 ชนิดเพื่อให้ได้ทราบว่า “มะเขือเทศแต่ละสายพันธุ์มีทั้งรสชาตฺ ขนาดที่แตกต่างกัน” เราก็ควรเลือกที่เหมาะสมกับอาหารที่เราจะทำ เพื่อเพื่มความอร่อยให้กับอาหารได้

#พืชล้มลุก#มะเขีอเทศ#สายพันธุ์มะเขือเทศ#omgnadinechristine

สายพันธุ์กระบองเพชร ไม่มีไม่ได้แล้ว

สายพันธุ์กระบองเพชร ที่ไม่มีไม่ได้แล้ว

สายพันธุ์กระบองเพชร

สายพันธุ์กระบองเพชร ที่มีความสายงามเหมาะมากสำหรับสาวกวงการกระบองเพชรที่จะต้องมีไว้สักสายพันธุ์ละต้นสองต้น ด้วยความที่กระบองเพชรมีความเลี้ยงง่ายปลูกง่าย คนนิยมปลูกไว้เพราะสามารถปลูกไว้ที่บ้านตดแต่งให้สวยงาม หรือจะปลูกไว้ที่หอพัก คอนโด วันนี้แอดอยากจะมาแนะนำ สายพันธุ์กระบองเพชร ที่ไม่มีไม่ได้แล้ว เป็นสายพันธุ์เพชรที่นิยมปลูก หรือสายพันธุ์ที่มีความสวย ความปุ๊กปิ๊กน่ารัก

กระบองเพชร กระบองทอง

เริ่มที่สายพันธุ์กระบองเพชรแรก คือ  กระบองทอง หรือที่เรียกกันว่า Eriocactus leninghausii มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกและส่วนของหนามเป็นสีเหลือทอง กระบองทองเป็นพันธุ์ที่เราสามารถตามหาได้ทั้งไป

กระบองเพชร นูปต้า

กระบองเพชรสายพันธุ์ที่สอง คือ นูปต้า หรือ echinopsis subdenudata เป็นสายพันธุ์ที่เป็นทรงกระบอกอวบอ้วนไม่สูงมาก หนามจะมีปุยขนสีขาวและนูปต้าสามารถออกดอกได้ เมื่อมีดอกออกมาจะเป็นสีขาวขนาดใหญ่ 

กระบองเพชร โลโฟโฟรา

สายพันธุ์กระบองเพชรที่สาม โลโฟโฟรา หรือ Lophophora เป็นสายพันธุ์ที่มีความอวบอ้วนกลม ผิวเรียบแต่มีเม็ดหนมเป็นขน ๆ สีขาว  รากอ้วนสามารถสะสมอาหารในดิน และเมื่อมีอายุมากในระดับหนึ่งสามารถแตกหน่อได้  ออกดอกที่กลางลำต้นโดยที่ดอกเป็นสีชมพู 

กระบองเพชร มะพร้าวทะเลทราย

สายพันธุ์กระบองเพชรที่สี่ คือ มะพร้าวทะเลทราย หรือ Dorstenia foetida เป็นกระบองเพชรที่มีสายพันธุ์คล้ายกับต้นมะพร้าวและยังมีใบเรียงยาว สายพันธุ์นี้แนะนำว่าต้องปลูกหรือวางตากได้ไวเตลอดเวลา ต้นกระบองเพชรจะสวย

กระบองเพชร แอสโตรไฟตัม วี

 สายพันธุ์กระบองเพชรที่ห้า คือ แอสโตรไฟตัม วี หรือ Astrophytum asterias (V-type) เป็นสายพันธุ์กระบองเพชรอีกชนิดที่ไม่มีหนาม มีลักษณะกลม โดยมีลวดลายบนตัวกระบองเป็นเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับรูปตัววีเรียงกันลงมา

กระบองเพชร แอสโตรไฟตัม กิ๊กโกะ

สายพันธุ์กระบองเพชรที่หก คือ แอสโตรไฟตัม กิ๊กโกะ หรือ Astrophytum asterias (kikko) เป็นสายพันธุ์กระบองเพชรที่ไม่มีหนาม ลักษณะเป็นบั้งหยักเว้าเข้าไปเป็นร่อง จุดเด่นที่เฉพาะตัวของสายพันธุ์นี้คือรูปร่างคล้ายกับกระดองเต่า ต้นนี้เมื่อเลี้ยงให้โตมีความสมบูรณ์แข็งแรงจะเกิดเป็นดอกสวย ๆ ให้เราได้ชื่นชมกันอีกด้วย

สายพันธุ์กระบองเพชร เมโลแคคตัส

กระบองเพชรสายพันธุ์สุดท้ายที่อยากแนะนำ คือ เมโลแคคตัส หรือ Melocactus เป็นรุ่นบุกเบิกของต้นกระบองเพชรเลยก็ว่าได้ เพราะถือว่าเป็นสายพันธุ์กระบองเพชรแรก ๆ ที่ได้รับการค้นพบแล้วนำมาเลี้ยง โดยมีลักษณะ รูปร่าง กลมอวบอ้วน มีหนามล้อมรอบต้น ซึ่งโตขึ้นจนถึงช่วงให้ดอกจะมีปุยนุ่ม Cephalium ที่บริเวณกลางลำต้น กว่าจะถึงช่วงที่ออกดอกเรียกได้ว่านานมาก เป็นสายพันธุ์ที่ใช้ความอดทนแต่บอกเลยว่าคุ้มกับการรอคอยมาก ๆ

        สายพันธุ์กระบองเพชรที่แอดเอามาแนะนำในวันนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีกระบองเพชรมากมายที่มีความสวยงานเฉพาะตัวให้เราได้เลือกสรร เมื่อซื้อต้นกระบองเพชรมาอย่าลืมที่จะมั่นดูแลรักษาให้น้องสามารถอยู่กับเราไปได้นาน ๆ ไม่รากเน่าตายไปซะก่อนกันด้วยนะ

#ไม้ประดับ#พืชสวยงาม#กระบองเพชร#สายพันธุ์กระบองเพรช#omgnadinechristine

ประโยชน์ของบีทรูท สรรพคุณมากมาย

ประโยชน์ของบีทรูท สรรพคุณมากมายไม่น้อยหน้าผักชนิดใดแน่นอน

บีทรูทเป็นผักที่ปลูกในเมืองหนาว ปลูกในส่วนของภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งบีทรูทไม่ได้มีแค่สายพันธุ์เดียว ยังมีมากมายหลายสายพันธุ์ ลักษณะรูปร่างเป็นทรงกลมป้อม ๆ เนื้อภายในจะอวบน้ำ มีสีแดงม่วง แดงเลือกหมู สีเหลือง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และความอ่อนแก่ของบีทรูทเองด้วย โดยในบีทรูทสามารถให้คุณค่าทางอาหารและแร่ธาตุ ได้แก่  น้ำตาล  ไขมัน  โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เบต้าแคโรทีน เหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม เส้นใย น้ำ วิตามินเอ วิตามินบี ซึ่ง ประโยชน์ของบีทรูท สรรพคุณมากมายไม่น้อยหน้าผักชนิดใดแน่นอน 

ประโยชน์ของบีทรูท สรรพคุณมากมาย

ประโยชน์ของบีทรูท อย่างแรกคือ ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคตับ เนื่องจาก ในบีทรูทมีสารบีทานินที่ป้องกันการสะสมไขมันในตับ ปกป้องตับจากสารพิษ จึงช่วยในการบำรุงตับและลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคตับได้ ประโยชน์อย่างที่สองคือ ลดความดันในเลือดได้ดีหรือเป็นการทำให้ความดันในเลือดอยู่ในสภาวะที่ปกติ เพราะในบีทรูทมีสารไนเตรตช่วยในเรื่องของลดระดับความดันโลหิตได้และเนื่องจากมีสารไนเตรตสูงจึงช่วยในเรื่องของการกระตุ้นระบบสมอง ทำให้สมองสามารถใช้งานได้ดีเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายและยังช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมออกซิเจนได้มากขึ้น

ประโยชน์ของบีทรูท อย่างที่สามคือ ป้องกันโรคโลหิตจาง ในบีทรูทมีธาตุเหล็กช่วยในระบบเลือด ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ดี เนื่องจากธาตุเหล็กจะช่วยทำหน้าที่ฟื้นฟูเม็ดเลือดแดง ซึ่งยังไม่พอแค่นี้ในบีทรูทมีทองแดงมีผลทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี ประโยชน์อย่างที่สี่คือ ในบีทรูทมีแคลเซียมช่วยในเรื่องของการเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ประโยชน์ของบีทรูทอย่างที่ห้าคือ ดูแลในเรื่องของสุขภาพผิว ช่วยให้สุขภาพมีความแข็งแรงมากขึ้นและยังช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ช่วยในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระ ลดริ้วรอยได้

ในบีทรูทมีสรรพคุณและประโยชน์ของบีชรูทอีกมากมาย ช่วยในเรื่องของการต้านโรคต่าง ๆ และยังเป็นเคล็ดลับที่ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ช่วยลดในเรื่องของการเกิดสิวอุดตัน ซึ่งเราสามารถนำเอาบีทรูทไปประกอบเป็นอาหารได้หลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น บีทรูทดอง,ยำวุ้นเส้นบีทรูท,น้ำบีทรูท แถมในน้ำบีทรูทยังมีประโยชน์ในเรื่องของการล้างสารพิษในร่างกายอีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักสุขภาพที่จะดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีและมีคุณภาพขึ้นไปอีก

ประโยชน์ของบีทรูท สรรพคุณมากมาย

#พืชเมืองหนาว#บีทรูท#ประโยชน์ของบีทรูท#สรรพคุณบีทรูท#omgnadinechristine

คุณรู้หรือไม่การดูแลกล้วยไม้ให้งามทำอย่างไร

คุณรู้หรือไม่ การดูแลกล้วยไม้ให้งาม ทำอย่างไร

กล้วยไม้ เป็นอีกประเภทของพืชพันธุ์ที่มีหลายชนิดในประเทศไทย มีคนบางส่วนที่ใช้เวลากับการอยู่กับธรรมชาติ หรือใช้เวลาว่างด้วยการปลูกกล้วยไม้ ซึ่งการดูแลรักษากล้วยไม้ให้งามได้นั้น จะมีวิธีการและเทคนิคเฉพาะที่เมื่อเรารู้จักก การดูแลกล้วยไม้ให้งาม ได้ และเข้าใจในลักษณะทางชีวภาพของกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ที่เรานำมาเลี้ยง ก็จะส่งผลให้กล้วยไม้ของเรางามได้ แต่ตอนนี้คุณรู้หรือไม่การดูแลกล้วยไม้ให้งามทำอย่างไร

กล้วยไม้มีเทคนิคการปลูกที่เราเห็นหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ คือ ปลูกใส่กระถางหรือกระเช้าที่มีรูแล้วแขวนกล้วยไม้ไว้ในโรงเพาะชำ หรือแขวนไว้ตามระเบียงบ้านที่มีอากาศถ่ายเทและได้รับแสงแดดที่เพียงพอ อีกวิธี คือการปลูกกล้วยไม้ไว้กับต้นไม้โตที่เราต้องเลือกต้นไม้ที่มีอายุประมาณหนึ่ง โดยอาจจะใช้เป็นเชือกหรือลวดยืดเหนือโคนต้นเล็กน้อย มัดรากของกล้วยไม้ให้คิดกับกิ่งต้นไม้ที่แข็งแรงเมื่อรากของกล้วยไม้เกาะติดลำต้นแล้วให้เอาอุปกรณ์ที่เราใช้ยึดตอนแรกออก เพื่อให้ไม่เป็นอันตรายต่อต้นไม้หรือตัวกล้วยไม้เอง

คุณรู้หรือไม่การดูแลกล้วยไม้ให้งามทำอย่างไร

เทคนิคการดูแลกล้วยไม้ให้งาม หลัก ๆ ที่คนเพิ่งเริ่มเลี้ยงกล้วยไม้ควรทราบ คือ อย่างแรกคือเรื่องของแสงสว่าง กล้วยไม้ควรได้รับแสงสว่างเพียงพอ เราต้องทราบว่ากล้วยไม้ที่เราเลี้ยงแต่ละชนิดต้องการแสงแดดเป็นเวลากี่ชั่วโมงต่อวัน เรื่องที่สอง คือการให้น้ำ กล้วยไม้เกือบทุกชนิดต้องการความชื้นสัมพัทธ์ อยู่ระหว่าง 60-80 เปอร์เซ็นต์ เราต้องรักษาความชื้นบริเวณรากของกล้วยไม้ไม่ควรที่จะรดน้ำบ่อยเกินความจำเป็น สิ่งที่ต้องระวัง อย่าให้ลมพัดโกรกแรง เรื่องที่สาม คืออุณหภูมิ กล้วยไม้สามารถเติบโตในบริเวณเขตร้อนได้ดี เมื่อเราดูแลในเรื่องของแสงแดดและการใช้น้ำเป็นอย่างดีจะไม่เกิดปัญหาในเรื่องของอุณหภูมิ เรื่องที่สี่วัสดุที่ใช้ในการปลูกกล้วยไม้ เราควรเลือกที่มีความเหมาะสมกับประเภทพันธุ์กล้วยไม้ที่เราเลี้ยง เรื่องที่สี่ คือส่วนของการบำรุงรักษากล้วยไม้ให้งามโดยการใส่ปุ๋ย ตามธรรมชาติกล้วยไม้จะได้ธาตุอาหารจากเศษซากพืชที่เน่าเปื่อยผุพังแต่เมื่อนำมาปลูกในกระถางหรือกระเช้าจึงจำเป็นต้องให้ปุ๋ยเคมีแทนอินทรียวัตถุในธรรมชาติ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญและละเอียดอ่อนต่อกล้วยไม้ที่เราจะนำมาเลี้ยงมาก ต้องการทำศึกษาเรื่องนี้ให้ดี เพราะถ้าเราดูแลในส่วนนี้พลาดกล้วยไม้เราอาจจะไม่งามหรือผิดปกติไป เรื่องที่หกส่วนสุดท้ายรู้อาการโรคของกล้วยไม้และวิธีการแก้ไข เราต้องทราบโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับกล้วยไม้ที่เราเลี้ยงและวิธีแก้ไขเฉพาะหน้า อย่างเช่น โรคใบจุดที่มันจะเกิดขึ้นกับกล้วยไม้ตกุลแวนด้า มีวิธีการแก้ไขคือให้ฉีดฉีดพ่นด้วยคาร์เบนดาซิมหรือแมนโคเซบ ตามอัตราส่วนและเวลาที่ฉลากได้มีบอกไว้

คุณรู้หรือไม่การดูแลกล้วยไม้ให้งามทำอย่างไร

ทั้งหมดคือวิธีการดูแลกล้วยไม้ให้งาม แบบวิธีขั้นตอนพื้นฐานสำหรับมือสมัครเล่นที่ควรจะทราบ การนำตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกของธรรมชาติจริง ๆ แล้วจะช่วยบำบัดอาการเครียดหรือสภาพจิดใจที่ไม่สดชื่นเรียกได้ว่าเป็นวิธี ธรรมชาติบำบัด ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวีการเคล็ดลับเทคนิคในการดูแลกล้วยไม้ให้งามในแบบฉบับของตัวเอง

#พืชพันธ์ุไม้#กล้วยไม้#การดูแลกล้วยไม้ให้งาม#omgnadinechristine#omgnadinechristine

รูปดอกกุหลาบรูปที่

การดูแล ดอกกุหลาบ ดอกไม้แห่งความรักให้สวย

รูปดอกกุหลาบ

ดอกกุหลาบ ดอกไม้ที่ไม่ว่าจะเทศกาลไหนก็จะอิ่มใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่ว่าวันวาเลนไทน์ วันครบรอบ รวมไปถึงวันรับปริญญา เรียกได้ว่าดอกกุหลาบอยู่ทุกช่วงเวลาในรอบ 1 ปีเลยก็ว่าได้ บางคนให้ของขวัญกับคนที่รักเป็นดอกบ้าง เป็นช่อบ้าง หรือถึงขั้นให้กันเป็นต้นเลยก็มี แต่จะมีใครรู้ไหมว่า การดูแลดอกกุหลาบ ดอกไม้แห่งความรัก ให้สวย เราต้องทำยังไงบ้าง ช่วงฤดูกาลที่กุหลาบเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และ เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

การดูแลดอกกุหลาบ มีหลายปัจจัยที่เราต้องคำนึงถึง รวมทั้งต้นกุหลาบก็มีหลายสายพันธุ์และต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีการดูแลหลัก ๆ อยู่ไม่กี่เรื่อง แทบเป็นความรู้พื้นฐานของการปลูกต้นไม้ การดูแลดอกกุหลาบดอกไม้แห่งความรักให้สวย เรื่องแรกที่เป็นปัจจัยคือ บริเวณพื้นที่การปลูกควรเลือกบริเวณที่ได้รับแสงแดดประมาณ 6 ชั่วโมง อากาศโปร่งโล่งและไม่มีลมที่แรงพัดผ่านเกินไป เพราะอาจจะทำให้ลำต้นของดอกกุหลาบหักได้เรื่องต่อมาคือดิน ควรเลือกดินที่มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนหรือดินความโปร่ง ระบายน้ำดี สามารถระบายน้ำออกได้ไม่ทำให้เกิดการขังของน้ำ และการรดน้ำดอกกุหลาบจะต้องรดน้ำในช่วงประมาณเวลาสาย ๆ แดดไม่จัดมาก เพราะถ้ารดน้ำดอกกุหลาบตอนที่มีแดดจัดมากอาจจะทำให้ใบไหม้ ใบเฉา และไม่ควรรดน้ำให้มีน้ำขังหรือดินที่ไม่มีการระบายน้ำที่ดีเพราะจะทำให้รากของดอกกุหลาบเน่าและตายได้ในที่สุด

รูปดอกกุหลาบรูปที่

การดูแลดอกกุหลาบ คือการใส่ปุ๋ยบำรุง สามารถใช้ได้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีตามการเจริญเติบโตของดอกกุหลาบในแต่ละช่วงเวลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของดินและเพิ่มแร่ธาตุในดิน เรื่องสุดท้ายคือโรคที่เกิดขึ้นกับดอกกุหลาบและแมลง โรคที่มักจะพบคือโรคใบจุดสีดำเกิดจากเชื้อรา Diplocarpon rosae ,โรคราแป้ง เกิดจากเชื้อรา Sphaerotheca pannosa และโรคราน้ำค้าง มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Peronospora sparsa และปัญหาอีกส่วนคือแมลงมักอาศัยอยู่ตามซอกกลีบ คอยดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ใบหงิก ดอกกุหลาบขาดน้ำ กลีบดอกมีลายด่างสีขาว จนทำให้ใบเป็นแถบสีเหลืองซีดและร่วง

การดูแลดอกกุหลาบแต่ละพันธุ์ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน เราควรมั่นเอาใจใส่เพราะการดูแลดอกกุหลาบเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเฉพาะทาง มีในส่วนของทั้งแมลงและโรคที่จะเกิดขึ้นกับดอกกุหลาบ การดูแลดอกไม้แห่งความรักให้สวยก็เหมือนการดูแลหัวใจของเรา เมื่อเราต้องการจะมอบดอกกุหลาบให้ใครสักคนเราก็อยากจะให้ดอกกุหลาบที่สวยที่สุด

รูปดอกกุหลาบรูปที่

#ดอกกุหลาบ#กุหลาบดอกไม้แห่งความรัก#ข้อมูลการดูแลดอกกุหลาบ#omgnadinechristine

ต้นไม้มงคล เพิ่มความเป็นสิริมงคลให้บ้าน

5 ต้นไม้มงคลเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้บ้าน

เชื่อว่าหลายคนมีความเชื่อในเรื่องของสิ่งของที่เสริมสิริมงคล หรือเพิ่มความมีโชคให้กับตัวเอง ในส่วนของการปลูกต้นไม้มงคลก็เป็นอีกวิธีที่เป็นความเชื่อในการเสริมโชคลาภช่วยในเราดวงดีได้ ซึ่งต้นไม้มงคลก็มีหลากหลายประเภทให้เราเลือกซื้อมาตกแต่งบ้านให้มีความน่าอยู่ แต่ละประเภทก็จะมีจุดเด่นเรื่องของการเสริมดวงที่แตกต่างกัน ซึ่งขอแนะนำ 5 ต้นไม้มงคลเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้บ้าน เพื่อช่วยในการเลือกสรรและตัดสินใจสำหรับคนที่ต้องการจัดบ้านให้น่าอยู่และช่วยเสริมดวงในเวลาเดียวกัน

ต้นไม้มงคลเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้บ้าน
ต้นไม้มงคลเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้บ้าน

ต้นไม้มงคล เพิ่มความเป็นสิริมงคลชนิดแรกที่แนะนำ คือ ต้นเงินไหลมา เป็นต้นที่โบราณเชื่อว่าจะช่วยเรียกเงินเรียกของให้เข้าบ้าน เสริมสร้างให้ผู้อยู่อาศัยมีเงินใช้ไม่ขาดมือ เหมาะเจ้าของบ้านที่ทำการค้าขาย นำไปปลูกไว้หน้าบ้านจะช่วยเรียกเงินเรียกทอง ต้นไม้มงคลชนิดที่สองที่แนะนำ ต้นชวนชม เป็นอีกต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมเราในเรื่องของการเพิ่มเสน่ห์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะค่อยหนุนให้เราประสบความสำเร็จลงเอยด้วยดี เป้นที่นิยมชมชอบ เรื่องงาน นำมาปลูกในบ้านหรือตกแต่งในห้องรับแขก

ต้นไม้มงคลเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้บ้าน

ต้นไม้มงคล เพิ่มความเป็นสิริมงคลชนิดที่สามที่แนะนำ คือ ต้นโป๊ยเซียน เป็นต้นไม้มงคล ช่วยเสริมในเรื่องของความสุขสงบ ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ปัญหาและอุปสรรค์ ช่วยให้ชะตาคนในบ้านพบเจอแต่สิ่งที่ดี มีความเชื่อว่าต้นโป๊ยเซียนจะช่วยให้นำความสุขเข้ามาในบ้าน ต้นไม้มงคลเพิ่มความเป็นสิริมงคลชนิดที่สี่ที่แนะนำ คือ ต้นดาวเรือง เป็นต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมในเรื่องของความเจริญรุ่งเรือง ช่วยในเรื่องของเงินทอง นิยมปลูกบริเวรหน้าบ้านหรือในบ้าน โดยมีสีที่เหลืออร่ามเปรียบเสมือนสีของเงินทองที่มีอยู่ในบ้าน

5 ต้นไม้มงคลเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้บ้าน

และสุดท้ายเป็น ต้นไม้มงคล เพิ่มความเป็นสิริมงคลชนิดที่ห้าที่แนะนำ คือ ต้นโกศล เป็นต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมในเรื่องของบุญกุศล ช่วยเพิ่มบุญเพิ่มกุศลให้กับผู้อยู่และเสริมในเรื่องของสิริมลคล ช่วยคุ้มครองให้ผู้ที่อาศัยมีความอยู่เย็นเป็นสุขและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ต้นไม้มงคลเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้บ้าน

ทั้งหมดเป็น ต้นไม้มงคลเพียง 5 ชนิดที่ช่วยเสริมสร้างความโชคดีให้กับผู้อยู่ แต่ต้นไม้ที่เพิ่มสิริมงคลยังมีอีกมากมายหลายชนิดขึ้นอยู่กับความชอบและตัวเราอยากจะเสริมมงคลในด้านไหน แต่ทั้งหมดเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนำมาปลูกไว้ที่บ้านอาจจะเพิ่มความสบายใจให้แก่ผู้อาศัย

#ข้อมูลต้นไม้มงคล#ต้นไม้ความหมายดี#ปลูกต้นไม้เป็นสิริมงคล#omgnadinechristine#sanook

วันพืชมงคล ที่มาและความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทย

วันพืชมงคล ที่มาและความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทย

อย่างที่ทราบกันดีว่าปีนี้ประชาชนชาวไทยจะไม่ได้รับคำทำนายจากพระโคในวันพืชมงคลที่ผ่านมา สืบเนื่องจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ทำให้งานประจำปีและประเพณีต่างๆ ได้ถูกงดหรือเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแถลงการณ์เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมาว่าจะไม่มีพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญหรือประเพณีเสี่ยงทายพระโคประจำปีนี้ รวมถึงจะไม่มีการถ่ายทอดสดการประกอบพิธีทางโทรทัศน์ดังเช่นปีที่ผ่านมาด้วย

วันพืชมงคล ที่มาและความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทย

สำหรับวันพืชมงคลปีนี้ตรงกับวันที่ 11 พฤษภาคม เป็นที่น่าเสียดายของเกษตรกรชาวไทยที่ให้ความสนใจและเตรียมเดินทางมาเพื่อรอชมพระราชพิธี และรอเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวจากพิธีไปเพื่อเพาะปลูก โดยมีความเชื่อมาแต่โบราณว่าเมล็ดข้าวจากพระราชพิธีนั้นจะทำให้ได้ผืนนาที่อุดมสมบูรณ์ ข้าวออกดอกออกรวงสวย เกษตรกรจากทุกหนทุกแห่งในประเทศไทยจึงร่วมเดินทางกันไปรอชมพระราชพิธีและเก็บข้าวจากพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญกันเป็นประจำในทุกปี

วันพืชมงคล ที่มาและความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทย

วันพืชมงคล คือ วันที่กำหนดให้จัดพระราชพิธีซึ่งเรียกชื่อเต็มว่า พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบพิธีนี้สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยประชากรไทยสมัยโบราณมีอาชีพเพาะปลูกเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากภูมิประเทศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก จึงมีประเพณีโบราณหลากหลายแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละภาคที่เกี่ยวข้องกับการขอฝน ขอเทวดา เสี่ยงทาย ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พืชสวนไร่นาของเกษตรกร พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญก็นับเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยโดยเฉพาะเกษตรกรไทย และถือเป็นพิธีกรรมที่เป็นศูนย์กลางที่ทุกภาคทั่วประเทศไทยย่อมรู้จักและเชื่อถือกันมานาน โดยจุดประสงค์การจัดกิจกรรมพระราชพิธีในวันพืชมงคลนี้นั้นก็เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรของประเทศ และเป็นการรำลึกถึงคุณูปการของเกษตรกรไทยที่ปลูกพืช ปลูกข้าวให้คนไทยได้บริโภค

พระราชพิธีในวันพืชมงคลนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเกี่ยวกับพระราชพิธีมงคลนั่นก็คือพิธีสงฆ์ และอีกส่วนเกี่ยวกับการเสี่ยงทายของพระโค โดยในพิธีเสี่ยงทายนี้จะใช้เมล็ดพืชต่างๆ ที่เป็นเมล็ดพืชหลักๆ ที่คนไทยนิยมเพาะปลูก ได้แก่ ข้าวเปลือก(ข้าวเจ้า) ข้าวโพด ข้าวเหนียว ข้าวฟ่าง ถั่ว งา เผือก มัน และอื่นๆ โดยก่อนอื่นจะเริ่มทำขวัญให้แก่เมล็ดพืชทุกชนิดที่เตรียมมาก่อนเพื่อให้เป็นสิริมงคล ต่อมาจึงทำพิธีแรกนาขวัญ ซึ่งก็คือการไถนา และหว่านเมล็ดลงไป โดยแต่โบราณมาการทำพิธีนี้เป็นสัญญาณให้เกษตรกรทราบว่าฤดูกาลแห่งการเพาะปลูกได้เริ่มต้นขึ้นสำหรับปีนี้แล้ว เป็นการอวยชัยให้พรผืนดินให้อุดมสมบูรณ์ ออกดอก ออกผล เจริญงอกงามโดยทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย

วันพืชมงคล ที่มาและความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทย

เราอาจจะคุ้นเคยกันมาแต่เล็กแต่น้อยว่าพระราชพิธีวันพืชมงคลจะต้องจัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง แต่ก่อนพระราชพิธีวันพืชมงคลจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ท้องสนามหลวงนั้นเคยจัดขึ้นที่ทุ่งนาพญาไทมาก่อน ต่อมาได้มีการฟื้นฟูพระราชพิธีขึ้นให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ครบถ้วน จึงได้ย้ายมาจัดที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และประกาศให้วันพืชมงคลคือวันหยุดราชการของไทยด้วย เพราะถือว่ามีความสำคัญต่อวิถีชีวิตคนไทย คนไทยทุกครัวเรือนสามารถรับชมพระราชพิธีและลุ้นพระโคเสี่ยงทายเพื่อกำหนดดวงชะตาการเกษตรซึ่งเป็นเม็ดเงินเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยร่วมกันได้ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

วันพืชมงคล ที่มาและความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทย

ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้นจึงจะเห็นได้ว่าวันพืชมงคลมิใช่เป็นเพียงวันสำคัญต่อเกษตรกรไทยเพียงเท่านั้น ยังมีความสำคัญต่อคนไทย ทำให้เห็นคุณูปการของเกษรกรไทย ผืนแผ่นดินไทย ความเชื่อและศาสนาที่อยู่คู่คนไทย และยังเป็นการสืบทอดประเพณีที่ดีงามของคนไทยที่สั่งสมกันมาตั้งแต่ช้านานด้วย

#ความสำคัญของพืช#วันพืชมงคล#ความเป็นมาของวันพืชมงคล#omgnadinechristine#event.sanook

ต้นไม้ มีประโยชน์อีกมากที่คุณยังไม่รู้ไม่เพียงแต่สร้างร่มเงา แต่ยังมีประโยชน์อีกมาก

ประโยชน์ของ ต้นไม้ ไม่เพียงแต่สร้างร่มเงา แต่ยังมีประโยชน์อีกมากที่คุณยังไม่รู้

ประโยชน์ของต้นไม้

เชื่อว่า ต้นไม้ เป็นอีกสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนเราก็จะพบเจอแต่ต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นต้นเล็กต้นใหญ่ ปลูกเพื่อความสวยงามหรือว่าให้ความร่มเงา ก็จะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเราเสมอ แค่เพียงเงยหน้าขึ้นเราก็จะมองเห็นลำต้นสีน้ำตาและใบไม้สีเขียวที่ปลิวไสวตามลม ใครจะรู้ว่าต้นไม้ไม่เพียงแต่สร้างร่มเงาแต่มีประโยชน์มากกว่านั้น ซึ่งประโยชน์ของต้นไม้ไม่เพียงแต่สร้างร่มเงา แต่ยังมีประโยชน์อีกมากที่คุณยังไม่รู้

ต้นไม้ มีประโยชน์อีกมากที่คุณยังไม่รู้ไม่เพียงแต่สร้างร่มเงา แต่ยังมีประโยชน์อีกมาก

ประโยชน์ของต้นไม้ ที่หลายคนทราบคือต้นไม้จะช่วยสร้างก๊าซออกซิเจนที่คนและสัตว์จำเป็นต้องใช้ในการหายใจโดยประมาณ 200,000 – 250,000  ลิตรต่อปี ซึ่งโดยทั่วไปมนุษย์ต้องการก๊าซออกซิเจนช่วยในเรื่องการหายใจประมาณ 130,000 ลิตร/คน/ปี และต้นไม้ยังช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ นี่คือความรู้ทั่วไปที่ทุกคนทราบ แต่ประโยชน์ของต้นไม่ไม่ได้มีแค่นั้น ต้นไม้ยังช่วยในเรื่องของกรองฝุ่นละอองหรือดักจับเพื่อลดปริมาณฝุ่น ประโยชน์ที่หลายคนไม่ทราบต้นไม้จะใช้ใบในการดักจับฝุ่นละอองและจะชะล้างออกเมื่อมีการตกของฝนหรือเมื่อมีการลดน้ำต้นไม้ ถึงจะไม่สามารถกำจัดฝุ่นได้ 100 % แต่ก็สามารถลดจำนวนฝุ่นละอองไม่ว่าจะเป็น PM2.5 , PM10 ที่ลอยบนอากาศให้มีปริมาณที่ลดลงได้

ประโยชน์ของต้นไม้ ข้อต่อมาช่วยเพิ่มความชื้นให้อากาศ เราจะสังเกตได้ว่าเมื่อเราอยู่ในสถานที่ที่มีต้นไม้เยอะ ๆ จะมีอากาศที่เย็นสบายและอากาศที่ถ่ายเท อีกข้อที่น่าสนใจคือ สามารถดูดสารพิษในอากาศได้ซึ่งข้อดีเป็นการกรอกอากาศให้สะอาดทำให้เราสดชื่น สุดท้ายต้นไม้มีประโยชน์ช่วยทำให้สมองเราปลอดโปร่งและสามารถช่วยกระตุ้นความคิดและกระตุ้นอารมณ์ของเราให้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเราได้ดีขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของต้นไม้ ที่ไม่เพียงแต่สร้างร่มเงา ต้นไม้มีส่วนในการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างมาก เพราะส่วนมากจะช่วยในเรื่องของระบบหายใจของทั้งมนุษย์และสัตว์ แถมยังช่วยให้ตัวเรามีสุขภาพจิตที่ดี มีอารมณ์ที่ดีและให้ความร่มรื่นกับบ้านเสริมให้บ้านน่าอยู่มากขึ้นและยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโลกอีกด้วย

ต้นไม้ มีประโยชน์อีกมากที่คุณยังไม่รู้ไม่เพียงแต่สร้างร่มเงา แต่ยังมีประโยชน์อีกมาก

#ประโยนช์ของต้นไม้#ต้นไม้#พืชพันธ์ุไม้#omgnadinechristine#sites.google

มะขามหวาน “ตำนานเมืองเพชรบูรณ์” พร้อมสรรพคุณดีๆ

มะขามหวาน ตำนานเมืองเพชรบูรณ์” พร้อมสรรพคุณดีๆ

มะขามหวาน (Sweet Tamarind) เป็นพืชในตระกูลไม้ต้น เป็นไม้ที่มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป มะขามหวานเป็นไม้พลัดใบ ลำต้นเป็นไม้เนื้อแข็งมีขนาดใหญ่ตามอายุแก่นไม้ลำต้นมีสีขาวเปลือกด้านนอกเป็นผิวหยาบแตกลายมีสีน้ำตาลดำ มะขามหวานจะเป็นใบเลี้ยงคู่ ใบแต่ละใบจะมีขนาดเล็กมีสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีเขียวแก่ ออกดอกเป็นประเพศสมบูรณ์เพศ ออกยอดเป็นช่อสวยริเวรปลายยอด ผลและเมล็ด ส่วนผลจะเรียกว่า “ฝัก” เปลือกนอกของฝักมีสีน้ำตาล ส่วนมากเนื้อในตอนอ่อนจะมีสีเขียวออกเหลือง ตอนแก่เนื้อในจะมีสีน้ำตาลแดงเข้มแต่มะขามหวานมีหลายสายพันธุ์สีเนื้อจะแตกต่างกันออกไป และมีเม็ดในเนื้อในเล็กๆสีน้ำตาลดำลักษณะค่อนข้างกลม มะขามหวานจะมีรสหวานเหมือนชื่อ นิยมนำผลดิบมาประกอบอาหาร ผลสุกมากินเป็นผลไม้ ทุกส่วนของพืชชนิดนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนและทุกส่วนมีสรรพคุณที่ดีในทุกส่วนเช่นกัน

มะขาวหวานทำไมต้องที่เมืองเพชรบูรณ์

ที่มาของคำกล่าวที่ว่า มะขามหวาน ตำนานเมืองเพชรบูรณ์เนื่องจากมะขามหวานของจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นมะขามหวานที่รสชาติหวานอร่อยไม่เหมือนมะขาวหวานตามจังหวัดอื่นๆ จังหวัดเพชรบูรณ์นิยมปลูกมะขามหวานกันทั่วทุกและมีชื่อเสียงในเรื่องมะขามหวานมายาวนานโดยเฉพาะมะขามหวานในอำเภอชนแดนจะมีชื่อเสียงว่าเป็นมะขาวหวานที่อร่อยที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มะขามหวานเป็นพืชเศรษฐกิจที่นับได้ว่าเป็นรายได้หลักของที่นี้เลยก็ว่าได้

ประโยชน์และสรรพคุณของมะขามหวาน

-มะขาวหวานมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายประเภทจึงสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้ดี

-มะขามหวานมีวิตามินซีสูงจึงสามารถช่วยบำรุงผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งชะลอการแก่กว่าวัยและลดรอยเหี่ยวย่นได้

-มะขามหวานมีธาตุเหล็กสูงสามารถช่วยบำรุงและสร้างเม็ดเลือดได้ดี

-ส่วนใบและผลดิบสามารถใช้เป็นยาระบายและเป็นยาขับพยาธิ แก้หวัด ลดอาการอักเสบ มีสารต้านมะเร็ง ช่วยลดไขมันในเลือดได้

-ผลสุกสารมารถเป็นป้องกันโรคเบาหวาน มีสารช่วยละลายเสมหะ บำรุงร่างกายมีสารอาหารมากมาย

-เมล็ดสามารถนำมาแปลรูปเป็นอาหารทานเล่นได้และเป็นยาช่วยรักษาอากาท้องเสีย ขับพยาธิได้ แต่ไม่ควรรับประทานเยอะเพราะจะทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้

-รากต้มเป็นน้ำดื่มช่วยขับพยาธิ เป็นยาช่วยขับปัสสาวะช่วยรักษาโรคผิวหนังได้ดี

มะขามหวานสามารถนำมาแปลรูปเพื่อเก็บรักษาไว้รับประทานให้ได้นานๆได้หลากหลายประเภท มะขามหวานสามารถปลูกได้ทุกสภาพภูมิอากาศ เห็นข้อดีประโยชน์และสรรพคุณของมะขามหวานแล้วว่ามีมากมายเพียงไร หาพื้นที่ปลูกไว้ติดบ้านไว้เพื่อรับประทานเองสักต้นสองต้นนะค่ะ